5 ขนมหวานชวนหลงใหลจากประเทศอิตาลี

อิตาลีหนึ่งในประเทศที่มีขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน ซึ่งขนมหวานแต่ละอย่างนั้นก็เป็นขนมหวานชื่อดังทั้งนั้น ทั้งนี้ขนมหวานของประเทศนี้ยังมีประวัติที่ยาวนานอีกด้วย ซึ่งเราก็มีขนมหวานจากอิตาลีมาแนะนำด้วย แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักขนมหวานนั้น เราไปรู้จักกับอิตาลีกันก่อนเลย

มารู้จักประเทศอิตาลีกัน

อิตาลี ภูมิศาสตร์
มารู้จักประเทศอิตาลีกัน

ประเทศอิตาลีนั้นตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป ประเทศอิตาลีนั้นมรรูปทรงคล้ายรูปรองเท้าบูต  และมีเกาะใหญ่ ๆ อยู่ 2 เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย  และยังมีหมู่เกาะเล็ก ๆ อีกจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังมีรัฐอิสระอีก 2 รัฐก็รวมอยู่ในประเทศอิตาลีด้วยคือ ซานมาริโน และวาติกัน ซึ่งประเทศอิตาลีมีพื้นที่ทั้งหมด 301,338 ตารางกิโลเมตร ประเทศอิตาลีตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลี และถูกล้อมรอบด้วยทะเลในทุก ๆ ด้านยกเว้นด้านเหนือ เพราะอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย โดยมีเทือกเขาแอลป์กั้น  ทั้งนี้ ยังมีเทือกเขาที่สำคัญอีกแห่งคือ เทือกเขาแอเพนไนน์ที่พาดผ่านตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ และมีแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอิตาลีคือแม่น้ำโป และแม่น้ำไทเบอร์ที่ไหลผ่านกรุงโรม ทางตอนเหนือของอิตาลีมีทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่มากมาย เช่น ทะเลสาบการ์ดา โกโม มัจโจเร และทะเลสาบอีเซโอ เนื่องจากประเทศอิตาลีถูกล้อมรอบด้วยทะเล ดังนั้นจึงมีชายฝั่งทะเลยาวหลายพันกิโลเมตรซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาที่นี่ นอกจากนี้ประเทศอิตาลียังมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย

ขนมหวานแนะนำจากอิตาลี

ไอศกรีมเจลาโต้

เจลาโต้
เจลาโต้

เจลาโต้ ขนมหวานเป็นสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไอศกรีม ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่เลย เจลาโต้คือขนมหวานที่แช่แข็ง ซึ่งเป็นขนมหวานแช่แข็งที่มีลักษณะคล้ายกับไอศกรีม แต่มีส่วนผสม และวิธีการทำ ต่างกันไปทั้ง ซึ่งขนมหวานแช่แข็งนั้นก็มีอยู่ในหลาย ๆ ประเทศเช่น บิงซูจากประเทศเกาหลี พาเลตาส์ (paletas) จากประเทศเม็กซิโก และเจลาโต้จากประเทศอิตาลีนั่นเอง

เจลาโต้นั้นมีส่วนประกอบหลักเป็น นม ในขณะที่ไอศกรีมนั้นจะมีส่วนประกอบหลักเป็นครีม จึงทำให้เจลาโต้มีไขมันน้อยกว่าไอศกรีมถึงกว่า 20% และส่งผลให้เกิดเนื้อสัมผัสที่ต่างกันเจลาโต้แท้ ๆ เนี่ย รสชาติจะต้องเข้มข้นในขณะที่เนื้อสัมผัสไม่แข็งตัวแบบไอศกรีมทั่ว ๆ ไป

วัตถุดิบหลักที่เรียบง่าย จำพวก ถั่ว ชีส และผลไม้ เป็นหัวใจหลักของเจลาโต้ เพราะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถหยิบมาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปรุงแต่ง หรือสังเคราะห์ใด ๆ เพื่อเปลี่ยนคุณสมบัติเดิมของตัววัตถุดิบ และด้วยความเป็นธรรมชาติ ไม่เติมสารปรุงแต่ง หรือสารกันเสียลงไปนี่เองทำให้เจลาโต้มีช่วงอายุสั้นกว่าไอศกรีมอุตสาหกรรมที่วางขายเป็นถ้วย เพราะสามารถเก็บไว้ได้เพียงแค่ 2-3 อาทิตย์เท่านั้น

นอกจากส่วนผสมจากธรรมชาติแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เนื้อสัมผัสต่างกันนั่นก็คือขั้นตอนวิธีทำ ซึ่งในการทำเจลาโต้นั้นจะต้องอัดเอาอากาศเข้าไปในเนื้อเจลาโต้ในปริมาณที่น้อยกว่าไอศกรีมให้ได้เนื้อที่เข้มข้น และมีความเหนียว แต่ยังบางเบาอยู่นั่นเอง นั่นจึงเป็นเหตุหลักที่ในบางทีเราจะพบว่าเจลาโต้ละลายเร็วกว่าไอศกรีมทั่วไปได้

พานาคอตต้า

พานาคอตต้า
พานาคอตต้า

ขนมหวานพานาคอตต้า (Panna Cotta) เป็นภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า ครีมที่ปรุงแล้ว (Cooked Cream) ซึ่งหน้าตาของขนมหวานอย่างพานาคอตต้าจะคล้ายคลึงกับพุดดิ้งของบ้านเรา แต่จะต่างกันที่ตัวเนื้อขนมหวานอย่างพานาคอตต้านั้นจะค่อนข้างนุ่มและละเอียดกว่า ซึ่งเนื้อของพานาคอตต้าจะเป็นสีขาวนม และรสชาติหวานละมุนกว่าพุดดิ้งมาก หากทานคู่กับผลไม้เชื่อมรสหวานอมเปรี้ยว ซอสผลไม้หรือเยลลี่ที่ออกเหลว ๆ หน่อยจะได้รสอร่อยขึ้น ซึ่งในประเทศไทยก็ได้มีการนำปรับเปลี่ยนให้เข้ากันผลไม้ไทยมาก เช่น พานาคอตต้ามะม่วง หรือพานาคอตต้าเสาวรส เป็นต้น

ทีรามิสุ

ทีรามิสุ
ทีรามิสุ

ทีรามิสุ เป็นขนมหวานสัญชาติอิตาเลียน ที่พูดได้เลยว่าร้านอาหารอิตาเลียนทั่วทุกมุมโลก จะต้องมีทีรามิสุเป็นของหวานประจำร้าน ซึ่งทีรามิสุ (Tiramisu) เป็นภาษาอิตาเลียน มีความหมายว่า “Pick me up”  เนื่องจากทีรามิสุเป็นขนมหวานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน จากส่วนผสมที่มีทั้งไข่ไก่ น้ำตาล และยังมีกาเฟอีนในปริมาณที่สูง จึงทำให้ผู้ที่ได้ลิ้มชิมรสรู้สึกกระปรี้กระเปร่า หรืออาจจะมีอีกความหมายหนึ่งว่า “เลือกฉันซิ” แล้วจะทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้น เลยเป็นที่มาของเอกลักษณ์อันโดดเด่นของขนมหวานอย่างทีรามิสุนั่นก็คือกาแฟเอสเปรสโซรสเข้ม และชีสมัสคาร์โปเนที่หอมมัน ผสานรสหวานของบิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์ที่จุ่มนลงในน้ำกาแฟที่ชุ่มฉ่ำ บางสูตรใส่เหล้าคาลัวร์ หรืออมาเรตโตเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ขนมหวานทีรามิสุส่วนใหญ่นั้นเป็นรสกาแฟ แต่ในร้านขนมหวานบางที่ก็ดัดแปลงให้มีรสชาติหลากหลายตามความนิยม เช่น ใช้ชาเขียวแทนกาแฟ ใช้ไวท์ช็อกโกแลตเพื่อให้มีรสหวานหอมมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันนี้ทีรามิสุเป็นขนมหวานที่ได้รับความนิยม ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศต้นตำหรับอย่างประเทศอิตาลีเท่านั้น แต่ยังเป็นขนมหวานที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศมากมาย ซึ่งในไทยเองทีรามิสุก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในเมนูของร้านขนมหวานหลายร้านทั่วประเทศไปแล้วเช่นกัน

ฟริเตลล่า

ฟริเตลล่า
ฟริเตลล่า

ฟริเตลล่าเป็นขนมหวานที่คล้ายโดนัท ซึ่งขนมหวานอย่างฟริเตลล่านั้นที่มีวางขายกันแทบทุกคาเฟ่และเบเกอรี ในช่วงเวลาตอนปลายฤดูหนาวเลย ซึ่งเรื่องราวของขนมหวานฟริเตลล่านั้นมีมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สูตรฟริเตลล่าสูตรแรกถูกจดบันทึกเก็บไว้ที่ห้องสมุดเก่าแก่ในโรม และฟริเตลล่าถือเป็นขนมหวานประจำ ‘สาธารณรัฐเวนิส’ (ก่อนที่เวนิสจะมาเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลี) และจำนวนฟริโตเลริ (fritoleri) หรือนักทำฟริเตลล่าก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมีการจัดตั้งสมาคมฟริโตเลริขึ้นมาในช่วงศตวรรษ ที่ 17 แต่แล้วในช่วงปลายศตวรรษ ที่ 19 จำนวนของฟริโตเลริก็เริ่มลดลงจนหายไปในที่สุด เนื่องจากร้านขนมหวานและเบเกอรีต่าง ๆ เริ่มทำเจ้าฟริเตลล่าออกมาขายแข่งกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่พึ่งฟริโตเลริแล้ว

 Zabaglione

Zabaglione
Zabaglione

Zabaglione เป็นขนมหวานพื้นเมืองของอิตาลีที่ทำง่ายและอร่อยด้วย ทั้งนี้ขนมหวานอย่าง Zabaglione ยังมีส่วนประกอบและวิธีการทำไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำไข่แดง น้ำตาล และเหล้าองุ่นหวาน มาผสมและตีให้เข้ากัน ก็ได้ขนมหวานที่มีเนื้อนุ่มฟูคล้ายมูสแต่เนียนกว่า ทั้งยังสามารถรับประทานได้ทั้งแบบเย็นและแบบร้อนอีกด้วย